Canada

icon_newP R O M O T I O N !! เพียบ..ของสถาบันสอนภาษา มหาวิทยาลัย.. Click เลย


Canada

ข้อมูลทั่วไป

แคนาดา เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกามีมหาสมุทรล้อมรอบ 3 ด้าน มีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 9,970,610 ตารางกิโลเมตร ส่วนกว้างมีความยาวกว่า 6,000 กิโลเมตร หากเดินทางโดยทางรถยนต์จากฝั่งตะวันตกไปตะวันออก โดยเริ่มจากเมืองแวนคูเวอร์ไปจนถึงโตรอนโต ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3 วัน ปัจจุบันแคนาดาประกอบด้วย มณฑลและเขตปกครอง 2 เขต ( Territories) อยู่ภายใต้การ ปกครองของรัฐบาลกลาง เมืองหลวงชื่อ ออตตาวา มณฑล ออนตาริโอ้

เครื่องหมายประจำชาติของประเทศเป็นรูปใบเมเปิล  เป็นใบไม้ที่มีสีสันสวยงามและมีรอยหยักเป็น 5 แฉก สีของใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วงจะมีสีเหลืองปนแดง

สังคมและวัฒนธรรม

แคนาดามีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ  ปัจจุบีนมีประชากรประมาณ 30 ล้านคน อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจาก ที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน อิตาลี แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และอินเดีย แต่กลุ่ม อพยพล่าสุดมาจากเอเชีย สังคมของชาวแคนาดาเป็นสังคมของวัฒนธรรมผสมผสาน ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ที่มณฑลควิเบคประชากรจะพูดภาษาฝรั่งเศส แคนาดาเป็นประเทศ ที่มีภาษาราชการภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส

แคนาดาเป็นสหพันธรัฐ ปกครองระบบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา นายกรัฐมนตรีเป็นประมุขสูงสุดทางด้านบริหาร  ประชาชนจะเป็นผู้เลือกผู้แทนของตนเอง และพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ในการจัดตั้งรัฐบาล  ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ของแคนาดามั่นคงมาก จะไม่ค่อยมีการเดินขบวนหรือการใช้ความรุนแรงทางการเมือง

สถานที่น่าสนใจ

-           บริติชโคลัมเบีย ( British Columbia) ได้ชื่อว่า ประตูสู่แปซิฟิก  เป็นมณฑลตั้งอยู่ทางทางตะวันตกสุดของแคนาดา  มีชายฝั่งทะเลที่งดงามคล้ายฟยอร์ด พื้นที่เป็นภูเขาใหญ่น้อย เมืองหลวงคือ วิคตอเรีย ( Victoria) แต่เมืองที่เป็นที่รู้จักกันดี คือเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) อากาศจะอลอุ่นที่สุด

-           อัลเบอร์ตา (Alberta) เป็นถิ่นกำเนิดของเทือกเขา Rocky เมืองหลวงคือ เอดมันตัน (Edmonton) มีดอกกุหลาบป่า ( Wild Rose ) เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ทางการของมณฑล มณฑลนี้มีทรัพยากรธรรมชาติคือ น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ มีป่าไม้ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และที่ราบเพาะปลูกข้าวสาลี

-           มานิโตบา (Manitoba) ตั้งอยู่กลางของประเทศแคนาดาพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลเต็มไปด้วยทะเลสาบ จนได้ ชื่อว่า “Land of 100,000 lakes” มณฑลนี้เป็นแหล่งที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทางตอนเหนือพื้นที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และป่าไม้ ที่นี่มีการทำเหมืองแร่ที่สำคัญคือ ทองแดง สังกะสี และนิเกิล เมืองหลวงชื่อ วินนิเพก (Winnipeg)

-           ออนตาริโอ ( Ontario) เป็นมณฑลที่เป็นศูนย์กลาง ทางการเงินและการอุตสากรรม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร มีเหมืองแร่ทองคำ นิเกิล  ทองแดง ยูเรเนียม และสังกะสี เมืองหลวงของมณฑลชื่อ โตรอนโต (Toronto) ทางตอนใต้ ของออนตาริโอ มีน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงชื่อ น้ำตก ไนแองการ่า นอกจากนี้ ออนตาริโอยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง ของประเทศคือ ออตตาวา และเป็นที่ตั้งขององค์กรสำคัญๆ และบริษัทใหญ่ๆของแคนาดา

-           ควิเบค ( Quebec) มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดามณฑลทั้งหมดของประเทศแคนาดา มณฑลนี้ล้อมรอบด้วยน้ำเกือบทั้งหมด ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายฝรั่งเศสภาคตะวันออกประกอบด้วย 4 มณฑล คือ

การศึกษา

เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศที่มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์มีประชากรน้อย รัฐบาลจึงมีเงินสนับสนุนทางด้านการศึกษาค่อนข้างมาก รัฐบาลแคนาดาให้เงินอุดหนุนการศึกษาต่อประชากร สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมตะวันตก มาตรฐานการศึกษาของแคนาดาเป็นที่ยอมรับทั่วโลกทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วย สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับก่อนเข้าวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย การศึกษาในแคนาดาอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล และเขตปกครองพิเศษ ดังนั้นระบบการศึกษาจึงมีความแตกต่างกัน  แต่ด้วยการประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการของคณาจารย์ และสถาบันต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการ พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา  ทำให้การศึกษาทั่วทั้งแคนาดามีมาตรฐานสูงระดับเดียวกัน

ระดับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็กมีนักศึกษาไม่ถึง 1,000คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้าแต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และ ฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ ภาษาอังกฤษและสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัย สอนทั้ง 2 ภาษาแต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ

สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้น มหาวิทยาลัยทั่วไป (ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องใช้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะเรียน

ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัยของ แต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปจาก 3-5 ปี ซึ่งนักศึกษาควรจะต้องตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่สมัคร บางมหาวิทยาลัยจะมี ปริญญาตรี 2 แบบ คือ แบบทั่วไป( Ordinary Degree) ซึ่งอาจเรียนจบภายใน 3 ปี และแบบเกียรตินิยม (Honors  Degree ) ซึ่งมีวิชาให้เรียนเพิ่มอีก 1 ปี เหมาะสำหรับผู้จะเรียนต่อปริญญาโท ในบางแขนงวยิชา มีการฝึกงานด้วยหลักสูตร อาจจะเป็น 5 ปี หลักสูตรที่จำเป็นต้องฝึกงาน คือหลักสูตรบัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศีกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course work ฟังการบรรยายและเขียน รายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์ และสอบประมวลความรู้ ( Comprehensive Examination ) ส่วนปริญญเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างาน วิจัยการเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์

การศึกษากึ่งวิชาชีพ ( Community College หรือ Career College ) เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเพียง 1-3 ปี มุ่งเน้นผลิตนักศึกษา เพื่อออกสู่ตลาดแรงงานให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชา ที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลาให้สอดคล้องตาม นโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน

การศึกษาภาคปฏิบัติ ( Co-op Education )

คือ การศึกษาที่สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไป นักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียน ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา

การโอนหน่วยกิต

แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระเบียบการเทียบโอนหน่วยกิต แตกต่างกันไป นักศึกษาต้องตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้อง การเทียบโอนหน่วยกิตก่อนตัดสินใจย้ายสถานศึกษา

โรงเรียนสอนภาษา

มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language ( ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง French as a Second Language ( FSL) หลายแห่งกระจายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วแคนาดา ทั้งนี้เพราะผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแคนาดาจำเป็นต้องปรับระดับทักษะภาษาอังกฤษมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชุมชนเกือบทุกแห่ง  มีแผนกภาษาอังกฤษเปิดสอนหลักสูตร ESL สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่จะมีข้อกำหนดวันเรียนเริ่มเป็นข้อๆ และคุณสมบัติของผู้เรียน ระบุไว้ ส่วนโรงเรียนสอนภาษาเอกชนนั้นนักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ตลอดปี และมีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการศึกษา แต่ต้องภายใน 60 วัน หลังจากวันที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน ( Employment Authorization)

              ปีการศึกษา

               ปีการศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 ( Fall Semester ) เดือนกันยายนถึง       เดือนธันวาคม ภาคเรียนที่2  ( Winter Semester ) เดือนมกราคม ภึงเดือนเมษายน ช่วงหยุดภาคฤดูร้อน ( Spring และ Summer ) เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม สถาบันบางแห่งเปิดสอนหลักสูตรภาคฤดูร้อนด้วย

 

 

การทำงานระหว่างเรียน

ในขณะศึกษานักศึกษาสามารถที่จะทำงานได้ในมหาวิทยาลัย ที่กำลังศึกษาอยู่ เช่นในห้องสมุด  ห้องอาหาร สโมสรของมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือ เอก สามารถทำงานเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน ส่วนนักศึกษาที่เลือกเรียนหลักสูตร ที่มีการร่วมมือกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบกิจการ ที่เรียกว่า Co-op Education สามารถฝึกงานได้โดยได้รับค่าจ้าง หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ต้องภายใน 60 วัน หลังจากวันที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน ( Employment Authorization )  ได้จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศแคนาดา ( The Local Canadian Immigration Center ) และต้องขอหมายเลขประกันสังคม  เพื่อใช้เสียภาษีเงินได้ คู่สมรสของนักศึกษาในฐานะผู้ติดตามสามารถสมัครขอวีซ่าทำงานได้


Riannok (เรียนนอก) แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร..บริการฟรี !!

184/16 อาคาร Forum Tower ชั้น 11 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

Office :  02-645 2041-2

 Hotline :  091-789 7859

Line ID  riannok 


E-mail : tiedu@riannok.com | Website : www.riannok.com | Facebook : www.facebook.com/Riannok