|
คำถาม?....จะเริ่มต้นอย่างไรดี? คำตอบ....ขั้นแรกต้องทราบว่าจะเรียนที่สถาบันใหน เมืองอะไร และรัฐอะไร จากนั้นต้องเริ่มค้นหาข้อมูลเช่น ค้นจาก http://www.petersons.com/ หรือ http://www.riannok.com/university/usa.html
คำถาม?....ต้องใช้เอกสารอะไรในการสมัครเรียน? คำตอบ....เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียน -ใบสมัครของสถาบัน -Transcript ผลการเรียน -ผลคะแนน TOEFL อย่างน้อย 550 ขึ้นไป -ถ้าเรียนสาขาธุรกิจ ต้องมี GMAT หรือเรียนกด้านวิทยาศาสตร์ต้องมี GRE -หนังสือรับรองการผ่านงานอย่างน้อย 2 ปี ถ้าเรียนด้านธุรกิจ เช่น MBA -หลักฐานการเงินของผู้ปกครองหรือผู้ให้การสนับสนุนการเรียน -หนังสือแนะนำตัวของผู้สมัคร (Statement of Purpose) -หนังสือรับรองจากอาจารย์และหรือผู้บังคับบัญชา 2-3 ฉบับ (Reference Letters) -ได้รับการตอบรับจากสถาบัน ทางสถาบันจะส่ง I-20 มาให้เพื่อใช้ยื่นขอวีซ่านักเรียน (F-1)
คำถาม?....ถ้าไม่มีคะแนน TOEFL จะสมัครได้หรือไม่? คำตอบ....สามารถ สมัครผ่านสถาบันภาษาอังกฤษที่มีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยบางแห่ง หรือมหาวิทยาลัยบางแห่งมีศูนย์ภาษาให้เรียน ส่วนมากนักศึกษายังคงต้องสอบทำคะแนน TOEFL ก่อนที่จะได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย
คำถาม?....คะแนน GPA เฉลี่ยเท่าใหร่ ถ้าต้องการสมัครเรียนระดับปริญญา? คำตอบ....สำหรับ ระดับปริญญา ส่วนมากต้องการคะแนน GPA เฉลี่ยตั้งแต่ 3.0 อย่างน้อยขึ้นไป มีบางสถาบันที่อาจรับคะแนนต่ำกว่านี้ ซึ่งตัวแทนรับอนุญาตจะมีข้อมูลไว้ให้เลือก
คำถาม?....การสมัครเรียนและการขอวีซ่าอย่างไหนที่ยากกว่ากัน? คำตอบ....การสมัครเรียนไม่ยากเนื่องจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐมีระบบการรับสมัครที่ดีมากและรวดเร็ว แต่การขอวีซ่าเข้าสหรัฐมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่า การเตรียมเอกสารประกอบการย่นวีซ่าจะต้องรู้ขั้นตอนและมีความชำนาญเพียงพอจึง จะมีโอกาสสำร็จสูง ผู้สมัครเองมักถูกปฏิเศธวีซ่าเนื่องจากขาดความชำนาญในการเตรียมเอกสารประกอบ การยื่นขอ
คำถาม?....การสมัครเรียนเอง หรือใช้บริการของตัวแทนมหาวิทยาลัย อย่างใหนจะดีกว่ากัน? คำตอบ....การสมัครเรียนเองหรือสมัครผ่านตัวแทนรับอนุญาติมีข้อแตกต่างคือ o ผู้สมัครจะเสียค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในการสมัครเท่าเดิม เนื่องจากตัวแทนรับอนุญาตจะไม่เรียกเก็บเงินค่าบริการจากผู้สมัครแต่อย่างไร o การสมัครผ่านตัวแทนจะได้รับบริการครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ o การหาที่เรียน o การเตรียมและจัดส่งใบสมัคร o การหาที่พักทั้งแบบ Homestay, Apartment หรือ Dormitory o การจัดรถรับส่งสนามบิน o การติดต่อสื่อสารกับสถาบันแทนผู้สมัคร o การติดตามผลการสมัคร o และที่สำคัญคือมีความชำนาญเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าซึ่งมีความยุ่งยากมากมาย o ผู้สมัครเกือบจะไม่ต้องทำอะไรเองทั้งสิ้น
คำถาม?....ค่าเล่าเรียนโดยประมาณในสหรัฐเป็นอย่างไร? คำตอบ....ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ หลักสูตรภาษา 6 เดือน 100,000 - 180,000 บาท ปริญญาโท 1 ปี 500,000 - 660,000 บาท ค่าใช้จ่ายและที่พัก / เดือน 40,000 - 60,000 บาท
คำถาม?....ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวีซ่าเท่าใหร่? คำตอบ....ค่าธรรมเนียมวีซ่า $100 ประมาณ 4,000 บาท จ่ายที่ทำการไปรษณ๊ย์ทั่วไป ค่า SEVIS FEE $100 จ่ายผ่านระบบ online ค่าธรรมเนียมในการนัดสัมภาษณ์ 400 บาท จ่ายผ่านระบบ online ค่าจัดส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์ 50 บาท จ่ายที่สถาฑูต
คำถาม?....ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า? คำตอบ....การ นัดสัมภาษณ์ประมาณ 15-45 วันล่วงหน้าแล้วแต่จะมีคิวว่างหรือไม่ เมื่อได้รับอนุมัติ สถานฑูตจะจัดส่งพาสปอร์ตให้ทางไปรษณีย์ ประมาณ 3-5 วัน
คำถาม?....เคยถูกปฏิเสธวีซ่าจะขอใหม่อีกได้หรือไม่? คำตอบ....ผู้ สมัครสามารถขอใหม่ได้ไม่จำกัด ถ้าหากพิสูตรได้ว่าสถานะของผู้สมัครเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมากเมื่อถูก ปฏิเสธครั้งที่แล้ว แต่จะสามารถยื่นใหม่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วอย่างน้อย 3 เดือน
คำถาม?....วีซ่าที่ขอจะได้ระยะเวลายาวนานเท่าใหร่? คำตอบ....ขึ้น อยู่กับระยะเวลาที่เรียนหรือแผนการเรียน เช่น เรียนภาษา 6 เดือนแล้วจะต่อปริญญาโท ก็อาจได้รับวีซ่าถึง 5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการเรียนและการเขียน Statement of Purpose ของผู้ขอด้วย
คำถาม?....ถ้าผู้ให้การสนับสนุนเป็นบริษัทจะได้หรือไม่ และมี Bank statement ในรูปของเงินเบิกเกินบัญชีได้หรือไม่? คำตอบ....ใช้ ได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองบริษัท และหนังสือรับรองจากธนาคารในส่วนของ Bank Statement ซึ่งยอดเงินหมุนเวียน จะต้องมียอดที่สูงพอในแต่ละเดือน ย้อยหลัง 6 เดือน
คำถาม?....จะเริ่มต้นอย่างไรดี?
|